วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

คือคำตอบในการพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน

…………………………………
สภาพทั่วไปของหมู่บ้าน

                บ้านดอนคาเป็นหมู่บ้านหนึ่งในจำนวน 9 หมู่บ้าน  ของตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งบ้านดอนคา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 ตำบลทอนหงส์อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอพรหมคีรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอพรหมคีรี 5 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดนครศรีธรรมราช 38 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศทั่วไปเป็นที่ราบเชิงเขา ทางทิศตะวันตกของตำบลเป็นเทือกเขานครศรีธรรมราช ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบ สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายซึ่งเหมาะสำหรับการปลูกยางพารา ลักษณะภูมิอากาศของตำบล มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน สภาพทางสังคม  เป็นสังคมเครือญาติมีความสามัคคีปรองดอง ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนพึ่งพาอาศัยกันอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง มีหลายชุมชนที่มารวมอยู่กันในหมู่บ้านเดียวกัน เช่น ชุมชนบ้านทอนหงส์ ชุมชนบ้านวังลุง ชุมชนบ้านดอนคา มีประเพณีวัฒนธรรมเหมือนกัน อาทิ เข้าพรรษา สงกรานต์ อาบน้ำผู้สูงอายุ ชักพระ การประกอบอาชีพของราษฎรส่วนใหญ่ ทำสวนผลไม้ สวนยางพารา รองลงมา เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย รับราชการ รับจ้างทั่วไป สภาพเศรษฐกิจราษฎรมีรายได้เฉลี่ย 35,500 บาทคน/ปี การเมืองการปกครองส่วนใหญ่มีการตื่นตัวและอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ในเกณฑ์ที่สูง มีการติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ มีการไปใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ในเกณฑ์สูง เพราะหลายคนมีความเห็นว่าจะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหมู่บ้าน

มูลเหตุจูงใจในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

                เดิมบ้านดอนคายังไม่มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต แต่มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียวซึ่งเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงกันและกลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านดอนคาสนใจและสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียว ท่ามกลางการวิพากษณ์วิจารณ์ของพ่อบ้านตามสภากาแฟที่เกรงว่าแม่บ้านจะถูกหลอกหรือถูกโกงเงินหรือไม่ ในที่สุดคนในหมู่บ้านให้ความสนใจและไปสมัครเป็นสมาชิกมากขึ้น กลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นจึงหารือกับเหล่าพ่อบ้านที่เป็นแกนนำในหมู่บ้าน  ว่าทำไมบ้านดอนคาไม่พากันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้นมาเอง (นี่คือที่มาของการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา) ต่อจากนั้นทางหมู่บ้านดอนคา จึงเชิญพัฒนากรตำบลให้เข้ามาประชุมชี้แจง     แนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และเมื่อทุกคนได้รับรู้หลักการดำเนินงานร่วมกันแล้ว      แกนนำหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งจึงตัดสินใจร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2526                                                  

มีสมาชิกแรกก่อตั้ง จำนวน 37 คน เงินสัจจะสะสม จำนวน 2,850 บาท โดยใช้ศาลาริมทางเป็นที่ทำการของกลุ่มชั่วคราวโดยเชิญ นายณรงค์  ปรีชา ประธานอำนวยการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเขียวมาเป็นประธานชั่วคราวและใช้แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียวเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่มในช่วงแรก

ความเป็นมาของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ริเริ่มขึ้นจากกลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านไปสมัครเป็นสมาชิก กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียว ในที่สุดคนในหมู่บ้านได้ชักชวนกันสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียวเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มผู้หญิงในหมู่บ้านเกิดฉุกคิดว่า ทำไมบ้านดอนคาไม่จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้นมาเองบ้าง ซึ่งคำถามนี้ทำให้เหล่าพ่อบ้านที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านได้  ฉุกคิดเช่นเดียวกัน ต่อมาจึงเชิญพัฒนากรตำบลมาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในที่สุดเหล่าพ่อบ้านที่เป็นแกนนำจึงตัดสินใจร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2526 มีสมาชิกแรกก่อตั้ง จำนวน 37 คน เงินสัจจะสะสม จำนวน 2,880 บาท โดยใช้ศาลาริมทางเป็นที่ทำการของกลุ่มชั่วคราวโดยเชิญ นายณรงค์  ปรีชา ประธานอำนวยการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเขียวมาเป็นประธานชั่วคราวและใช้แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียวเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่มในช่วงแรก โดยกำหนดให้สมาชิกส่งเงินสัจจะทุกวันที่3,4

ของเดือน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

                ต่อมาปี พ.ศ.2526  นายณรงค์  ปรีชา ซึ่งเป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

เห็นว่าการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาเริ่มเข้าที่แล้ว จึงขอลาออกจากการเป็นประธานกลุ่มชั่วคราว และต่อมาสมาชิกจึงเลือกนายซ้วน  ศรีอินทร์ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มครั้งแรก

ให้เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาคนต่อไป  ช่วงนี้เป็นช่วงที่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อ

การผลิตต้องการระดมสมาชิกและระดมเงินฝากให้เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก จึงเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ทุกเดือน

                ต่อมาปี พ.ศ.2531 คณะกรรมการเห็นว่าเอกสารทางการเงินต่างๆของกลุ่มมีมากขึ้น และการดำเนินงานของกลุ่มเริ่มมีผลกำไร จึงไปขอเช่าบ้านของนายแปลก แคล้วภัย ใช้เป็นที่ทำการและเก็บเอกสารทางการเงินของกลุ่มแทนศาลาริมทางหลังเดิม และในช่วงนี้เองที่กลุ่มเริ่มพบปัญหาจากการดำเนินงานมากขึ้น บางปีจำนวนสมาชิกและจำนวนเงินสัจจะของกลุ่มลดลงอย่างมาก บางปีก็เพิ่มขึ้นจำนวนมาก พร้อมกับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ผลการดำเนินงานของกลุ่มในสภากาแฟ และในช่วงนี้ก็ได้มีนักศึกษาจากสถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราชมาฝึกงานในหมู่บ้าน คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตฯ จึงขอความร่วมมือจากอาจารย์และนักศึกษาช่วยเก็บข้อมูลความคิดเห็นและความต้องการของชาวบ้านที่มีต่อกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จึงทำให้ทราบความต้องการของชาวบ้านว่าที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเพราะมีปัญหาขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ไว้วางใจการทำงานของคณะกรรมการในเรื่องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการปล่อยเงินกู้เพราะมีบางส่วนมองว่าคณะกรรมการเอื้อประโยชย์ให้พวกพ้องและมีการจัดสรรผลกำไรของกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรม เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึงร้อยละ 24 บาทต่อปี แต่กลับปันผลและเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกในอัตราร้อยละ10-12 บาทต่อปี เมื่อคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตฯ ทราบปัญหาความต้องการของกลุ่มแล้ว จึงหันมาปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาในเบื้องต้น โดยจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ข้อมูลผลการดำเนินงานของกลุ่มทุกเดือนเกี่ยวกับยอดเงินฝาก

ยอดเงินกู้ ดอกเบี้ยที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายของกลุ่มและผลการอนุมัติเงินกู้ในแต่ละเดือนติดไว้ที่หน้าอาคาร

จนทำให้มีผลการดำเนินงานก้าวหน้ามากขึ้น มีผลกำไรจนสามารถนำไปซื้ออาคารพร้อมที่ดินเพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการของกลุ่มอย่างถาวร ในวงเงิน 150,000 บาท หลังจากนั้น 2 ปี นายซ้วน ศรีอินทร์

ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเริ่มมีปัญหาสุขภาพเนื่องจากมีอายุมากขึ้นและไม่ขอดำรงตำแหน่งประธานต่อ สมาชิกจึงมีมติร่วมกันเลือก นายวิโรจน์  คงปัญญา  ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารคนหนึ่งของกลุ่ม ให้เป็นประธานบริหารกลุ่มต่อและดำรงตำแหน่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ในยุคที่นายวิโรจน์  คงปัญญาเป็นประธานบริหาร กลุ่มนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการ กลยุทธการทำงาน และวิธีคิดใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและความต้องการของสมาชิกมากขึ้น มีการสร้างวัฒนธรรมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคณะกรรมการและสมาชิกเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งจากการดำเนินงาน รวมถึงการขยายกิจกรรมของกลุ่มให้สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในชุมชน จึงทำให้กลุ่มมีการเติบโตทั้งด้านจำนวนสมาชิก จำนวนเงินออม และจำนวนเครือข่ายสมาชิกจากตำบลใกล้เคียง และสมาชิกได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารกลุ่มยื่นขอจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2548 โดยใช้ชื่อว่า วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาและได้เริ่มเปิดทำการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ณ ที่สำนักงานเลขที่195 หมู่ที่ 2 ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการสมาชิกได้สะดวกยิ่งขึ้น  ปัจจุบันปี2555 มีสมาชิกจำนวน 12,123 คน มีทรัพย์สินและเงินออมจำนวน 127,158,927.17 ล้านบาท  มีคณะกรรมการบริหารจำนวน 47 คน ปัจจุบันการรับสมัครสมาชิกใหม่นั้น จะพิจารณาตามข้อบังคับคืออายุไม่เกิน 60 ปี ในวันสมัคร และเปิดรับสมัครเพียงปีละ 1 ครั้งและสมาชิกสามารถนำเงินมาฝากกับวิสาหกิจชุมชนได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์



วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

                1.เพื่อพัฒนาคน โดยใช้เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน ให้คนมีคุณธรรม เพื่อนช่วยเพื่อน แบ่งปันซึ่งกันและกัน เกิดกระบวนการเรียนรู้การทำงานร่วมกันแบบประชาธิปไตย เคารพในกฎกติกาที่มาจากข้อตกลงร่วมกัน

                2.เพื่อพัฒนาสังคม มีการช่วยเหลือ เอื้ออาทรต่อกัน ความร่วมมือร่วมใจ มีกิจกรรมร่วมกันมีความเท่าเทียมกัน ร่วมทุนทางสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ทรัพยากร  ช่วยเหลือดูแลสมาชิกกลุ่มและคนในชุมชนให้มีสวัสดิการตั้งแต่แรกเกิด แก่ เจ็บ ตาย

                3.เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทำให้ชุมชนมีกองทุนเป็นของตนเอง สามารถนำเงินทุนไปประกอบอาชีพได้เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

การบริหารงานของกลุ่ม

                    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ดำเนินงานในรูปคณะกรรมการบริหารงานภายใต้ระเบียบข้อบังคับของกลุ่มฯ ที่คณะกรรมการและสมาชิกร่วมกันร่างและพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องและมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ยุคสมัย  มีโครงสร้างคณะกรรมการบริหาร และการบริหารจัดการ ระเบียบข้อบังคับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ทะเบียนบัญชี การประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกลุ่มออมทรัพย์ออมทรัพย์เพื่อการผลิต ดังนี้

1.โครงสร้างคณะกรรมการบริหาร

                   การบริหารงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ดำเนินการในรูปคณะกรรมการโดยการเลือกจากสมาชิก อยู่ในวาระ 2 ปี โดยส่วนใหญ่จะไว้วางใจเลือกกรรมการชุดเดิมมาโดยตลอด แบ่งออกเป็น 4 คณะ ดังนี้

                        1) คณะกรรมการบริหาร  มีจำนวน 9 คน  ซึ่งกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือนทุกวันที่15ของเดือน โดยมีหน้าที่บริหารงานในสำนักงานทุกวันจันทร์-วันศุกร์ โดยจะพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำงานวันละ1-2 คน เพื่อทำหน้าที่รับเรื่องขอกู้เงินตรวจสอบเอกสารประกอบคำขอกู้ ตรวจหลักทรัพย์ค้ำประกัน และตรวจสอบประวัติการกู้เงินที่ผ่านมาเพื่อนำเข้าที่ประชุมพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการบริหารชุดใหญ่ในทุกวันพฤหัสบดี  นำเงินไปฝากหรือถอนที่ธนาคารการถอนเงินจ่ายค่าสินค้าให้แก่ร้านค้าที่สมาชิกกู้ไปซื้อสินค้า ตรวจสอบรายรับรายจ่ายในแต่ละวันทำการ โดยเน้นตรวจแบบสรุปรายรับรายจ่าย ทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยให้ตรงกันในแต่ละจุดก่อนปิดบัญชีแต่ละวัน คณะกรรมการบริหารคณะนี้ได้รับค่าตอบแทนจากการมาเข้าเวรในวันละ200บาท และค่าตอบแทนรายปีอีก 3,600 บาท/ปี มีรายชื่อดังนี้

            1. นายวิโรจน์  คงปัญญา                    ประธานกรรมการ

            2. นายชม  โฆษะ                               รองประธาน

.                   3. นายบุญมาก   ผลิรัตน์                           เหรัญญิก

                    4. นายสมแสง  บุญคล่อง                          กรรมการ

        5. นายนุสนธิ   สมศักดิ์                            กรรมการ

         6. นายประดับ  ทวีเมือง                           กรรมการ

         7. นายสุรักษ์   มังสาทอง                         กรรมการ

         8.นายชูพล  สุรทวีคุณ                              ประชาสัมพันธ์

         9.นายอรุณ    เกิดสมบัติ                           เลขานุการ

       2) คณะอนุกรรมการ  มีจำนวน 27 คน ทำหน้าที่ในทุกวันที่3-4 ของเดือน เพื่อรับเงินฝากสัจจะประจำเดือน มีหน้าที่รับเงินสัจจะประจำเดือน รับเงินกู้ที่สมาชิกส่งคืน เมื่อเก็บเงินจากสมาชิกเสร็จแล้วจะนำส่งต่อให้เจ้าหน้าที่การเงินที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำที่สำนักงานเป็นผู้เก็บรักษาโดยคณะอนุกรรมการแต่ละคนที่รับเงินฝากจะต้องจัดทำบัญชีคุมเงินเงินสัจจะสะสมรายเดือนของสมาชิกที่ตนเองรับเงินฝากตามหมายเลขที่รับผิดชอบเฉพาะของตนเอง จึงทำให้ง่ายในการตรวจสอบยอดเงินหากพบว่าผิดพลาดในจุดใด กรรมการรับฝากต้องเก็บใบเสร็จรับเงินฝากส่งให้สมุห์บัญชีของกลุ่มตรวจสอบก่อนบันทึกลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตรวจสอบทุกครั้ง คณะอนุกรรมการจะได้รับค่าตอบแทนปีละ 7,200 บาท

            3) คณะกรรมการสาขา  มีจำนวน 5 สาขา ประกอบด้วย สาขาตำบลไทยบุรี 4 คน

สาขาตำบลโพธิ์ทอง 3 คน สาขาตำบลนบพิตำ 3 คน สาขาตำบลกะหรอ 4 คน สาขาตำบลท่าศาลา 3 คน ทำหน้าที่รวบรวมเงินฝากจากสมาชิกในพื้นที่ของตนเองแล้วนำมาฝากที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ในทุกวันที่3-4 ของเดือน

                            4) เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานไม่ใช่คณะกรรมการบริหารกลุ่มแต่เป็นพนักงานที่คณะกรรมการจ้างให้มาทำหน้าที่ประจำในสำนักงานของกลุ่มทุกวันจันทร์-ศุกร์ มีจำนวน 5 คน ได้แก่ ฝ่ายบัญชีและการเงิน จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลของสมาชิก เก็บรวบรวมเงินประจำวันและคุมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฝ่ายธุรการและทั่วไป จะช่วยตรวจสอบบัญชีเงินออมและตรวจใบนำฝากเงิน       ส่วนอีกคนรับผิดชอบงานกองทุนสวัสดิการและให้บริการสมาชิก ซึ่งได้รับเงินเดือนประจำเดือนๆละ4,000 - 5,500 บาท ขึ้นอยู่กับหน้าที่ความรับผิดชอบและความยากง่ายของงานที่ทำ มีจำนวน 6 คน มีรายชื่อดังนี้

                                1. นางสาวโสพิศ  เหล็งหนูดำ         หัวหน้าสำนักงาน/บัญชี

                                2. นางสาวรัติกาล  กลิ่นมาลี            รับชำระหนี้

                                3. นางสาวกนกพร  โษฆะ               รับชำระหนี้

                                4. นางพรพรรณ   ชูสวน                  ทะเบียน/รับเงินผู้ชรา

                                5. นางวราภรณ์  สุวรรณพันธ์          เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน

                                6. นายกรวิชญ์  กุหลาบวรรณ          ธุรการ / เอกสาร/วิชาการ 

                2.การบริหารจัดการกลุ่ม

                    จากการพูดคุยกับคณะกรรมการบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พบว่ามีการบริหารจัดการกลุ่ม ดังนี้

Ø   การบริหารคน  โดยยึดหลักการ

1) ความเป็นเจ้าของ กล่าวคือ มีกฎกติกา ระเบียบข้อบังคับ มีความรับผิดชอบร่วมกัน สอดส่องดูแลและร่วมกันวางแผนการดำเนินงานของกลุ่ม

2) การพึ่งตนเอง  โดยฝึกให้สมาชิกกลุ่ม ประหยัดอดออม มีสัจจะต้องส่งสัจจะทุกวันที่3,4 ของเดือน มีคำมั่นสัญญาคือความซื่อสัตย์ต่อตนเองต่อเพื่อนสมาชิกและองค์กร มีความทนอดและอดทนมารวมกันในรูปกลุ่ม(รวมเงินทุน) มีความพร้อมร่วมกันไม่ต้องพึ่งพาทุนภายนอกชุมชน ยึดมั่นอุดมการณ์ใช้ทุนของกลุ่มของตนเอง

3) ยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อองค์กร เราต้องเสียสละต่อเพื่อนสมาชิกต่อองค์กร เราต้องร่วมรับผิดชอบต่อองค์กรต่อสมาชิกและเพื่อนร่วมงาน เราต้องเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนสมาชิก เพื่อนร่วมงาน และผู้ยากลำบากที่เป็นสมาชิก เราต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันเสมือนญาติพี่น้อง

4) หลักการควบคุมกันเอง โดย สมาชิกควบคุมคณะกรรมการทุกฝ่าย(แบบประเมิน)

คณะกรรมการบริหารควบคุมแต่ละฝ่าย คณะกรรมการควบคุมระบบการทำงานแต่ละฝ่าย คณะกรรมการดูแลข้อมูลความเคลื่อนไหวของสมาชิก และสถานการเงิน คณะกรรมการตรวจสอบติดตาม(ประเมินผลทำความเข้าใจร่วมกัน)

                               5) ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง/ต้นแบบ

                               6) ใช้คนเหมาะสมกับงาน

                           7) สร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

                           8) ยึดหลักการมีส่วนร่วมและกระจายการทำงาน

Ø การบริหารงาน   โดยยึดหลัก

1) แบ่งงาน กระจายงาน โดยมีการบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบ

                               2) ใช้คนให้เหมาะกับงาน โดยมีคณะกรรมการบริหารกลุ่มที่เหมาะสมกับงาน

                               3) ยึดหลักการมีส่วนร่วม  คณะกรรมการบริหารและสมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน อาทิ สมาชิกและคณะกรรมการบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตร่วมกันกำหนดระเบียบข้อบังคับของกลุ่มและสมาชิกปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับกลุ่มโดยเคร่งครัด

                               4) ยึดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน สมาชิกกลุ่มได้รับการบริการอย่างเสมอภาคและมีความเท่าเทียมกัน โดยมีระเบียบข้อบังคับใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติร่วมกัน อาทิ การรับสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตได้กำหนดให้มีการรับสมาชิกโดยให้ทดลองเป็นสมาชิกเป็นเวลา12 เดือน จึงจะสามารถใช้สิทธิอื่นๆได้ตามข้อบังคับ

Ø การบริหารเงิน  เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหา จัดสวัสดิการให้ทั่วถึง

โดยมี 3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมสร้างรายได้  กิจกรรมสวัสดิการ  และ กิจกรรมการพัฒนา


                        ระเบียบข้อบังคับของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ได้มีการจัดทำตั้งแต่ปี 2526 และมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย ระเบียบข้อบังคับกลุ่มฯได้จัดทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยแยกเป็น 9 หมวด ได้แก่ หมวดที่1ชื่อ ที่ตั้งสำนักงานและท้องที่ดำเนินกิจการ หมวดที่2 วัตถุประสงค์ หมวดที่3 สมาชิกวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกสมทบคุณสมบัติและลักษณะของสมาชิก หมวดที่4 คณะกรรมการดำเนินการวิสาหกิจชุมชน หมวดที่5 ทุนหรือหุ้น หมวดที่6 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี หมวดที่ 7 การกู้ยืมเงิน การดำเนินกิจการ การบัญชีและการเงิน หมวดที่8 เจ้าหน้าที่ของวิสาหกิจชุมนหมายถึงผู้ทำหน้าที่ประจำสำนักงานวิสาหกิจชุมชนในวันทำการ หมวดที่9 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับและข้อเบ็ดเสร็จต่อท้ายฉบับนี้  โดยเฉพาะหมวดที่3  ได้กำหนดคุณลักษณะของสมาชิกไว้ชัดเจน กล่าวคือ สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ต้องมีคุณลักษณะดังนี้

                                (1) ประชาชนทุกเพศทุกวัยหรือผู้ยากไร้ด้อยโอกาส ที่อาศัยอยู่ในชุมชนหรือระหว่างชุมชนตามทะเบียนบ้าน ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน60 ปีและเป็นสัญญาไทย

                                (2) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพมีกิจการที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันที่อาศัยอยู่ตามภูมิลำเนาในชุมชนและระหว่างชุมชนที่วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาดำเนินการอยู่

                                                (3) ผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องเป็นผู้ที่มีความสมัครใจพร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้องบังคับตามมติที่ประชุมใหญ่สามัยประจำปี ที่กำหนดไว้ และต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือโรคติดต่อเรื้อรัง ผู้ป่วยผู้พิการหรือเสมือนไร้ความสามารถ

                ในภาพรวมของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา มีการรับสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อผลิต 3 ประเภทใน 5 สาขา  ประกอบด้วย  สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่มีภูมิลำเนา มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในตำบล มีทรัพย์สินที่ใช้ประกอบอาชีพอยู่ในหมู่บ้านตำบลที่จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตใน 5 สาขา  สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ กลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน กลุ่มที่เป็นนิติบุคคลเช่นกลุ่มเกษตรกร บริษัทจำกัด(โรงแป้ง) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ข้าราชการ นักการเมือง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยไม่หวังค่าตอบแทนนักพรต นักบวช พระภิกษุ สามเณร และระเบียบข้อบังคับ หมวดที่4 ว่าด้วยคณะกรรมการดำเนินการวิสาหกิจชุมชน  มีข้อสังเกตคือข้อ14 (3) เรื่องการรับฝากสัจจะและเงินออมประจำเดือนทุกๆวันที่3 และ 4 ของเดือน มีการกำหนดไว้ในระเบียบอย่างชัดเจน และหมวดที่ 6 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ข้อ19 การนัดประชุมใหญ่คณะกรรมการดำเนินการจะต้องแจ้งเป็นหนังสือ กำหนดวัน เวลาสถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า7 วันโดยมีวาระการประชุมดังนี้ (1) เรื่องที่ประธานแจ้งเพื่อทราบ (2) เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของปี พ.ศ.......

(3) เรื่องฐานะการเงินงบดล งบกำไรขาดทุน เงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา

(4)เรื่องเสนอเพื่อให้พิจารณา เพื่อขอมติตามข้อบังคับและระเบียบอื่นๆ (5)เรื่องเลือกตั้งคณะกรรมการที่ออกตามวาระ(6)เรื่องอื่นๆ  และมีข้อสังเกตให้เห็นว่าหมวดที่ 6 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ข้อ19

มีการกำหนดระเบียบวาระไว้ชัดเจนมากถือว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา เล็งเห็นแล้วว่า

หากระเบียบข้อบังคับ ข้อ19 ไม่ชัดเจนอาจจะนำพาให้สมาชิกขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต อาจจะส่งผลให้กลุ่มไม่ก้าวหน้าหรืออาจเกิดอุปสรรคในการดำเนินงานต่อไป

และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ไม่เกินวันที่15 ของเดือนมกราคม

                    4.ทะเบียนบัญชี

                    ทะเบียนบัญชีต่างๆของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคามีการจัดทำไว้เป็นระบบและเป็นปัจจุบัน อาทิ มีการจัดทำเอกสาร ทะเบียน บัญชีการเงิน ทะเบียนคุมเงินสัจจะ ทะเบียนคุมเงินกู้สามัญ ทะเบียนคุมเงินกู้ฉุกเฉิน ทะเบียนคุมดอกเบี้ย ทะเบียนรับจ่ายใบสมัครสมาชิก ทะเบียนรายชื่อสมาชิก สมุดบันทึกการประชุม และนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบันทึกข้อมูล ใช้โปรแกรมบัญชีปิดบัญชีทุกวัน

                    5.การประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

                    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ได้มีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแสดงยอดเงินสัจจะสะสม เงินกู้ประจำเดือน ความเคลื่อนไหวของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตโดยจัดแสดงไว้ ณ ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา และสมาชิกบอกต่อๆกันไป



กิจกรรมเครือข่ายของกลุ่ม

(1)       การกู้เงิน  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ให้กู้เงิน 2 ประเภท คือ

1.1 การกู้ฉุกเฉิน กู้ได้รายละไม่เกิน3,000 บาท ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่ต่ำกว่า

12 เดือน วัตถุประสงค์ในการกู้เพื่อรักษาพยาบาลเพื่อการศึกษาและเพื่อจัดงานฌาปนกิจ โดยใช้สมุดเงินฝากค้ำประกันตนเองในการขอกู้

                            1.2 การกู้สามัญ ต้องเป็นสมาชิกครบกำหนด 12 เดือน อายุของสมาชิกที่ยื่นหนังสือขอกู้ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน65 ปี  ในขณะที่ยื่นขอกู้ถ้าอายุสูงกว่า 65 ปี สมาชิกผู้นั้นจะต้องทำสัญญาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ที่เป็นสมาชิกสมทบที่ยื่นขอกู้เงินทุกประเภท สมาชิก 1 คนกู้ได้ 1 สัญญา และต้องมีสมาชิกค้ำประกันอีกหนึ่งคน วัตถุประสงค์ในการกู้ชัดเจนสามารถสามารถตรวจสอบได้ อาทิ กู้เพื่อไปลงทุนด้านอาชีพอาจกู้ในนามกลุ่มเล็กๆหรือในนามบุคคลต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

กู้แบบจำนอง คือ เมื่อสมาชิกต้องการเงินจำนวนมากๆไปประกอบอาชีพ(ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน) กู้แบบขายฝาก คือ กู้ไปซื้อที่ดิน  โดยให้กลุ่มออมทรัพย์จ่ายยอดเงินค่าที่ดินเต็มยอดเสร็จแล้วให้สมาชิกมาผ่อนกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กู้เงินทุนสวัสดิการของกลุ่มโดยให้สมาชิกนำสมุดของตนเองที่มีเงินฝากสัจจะอยู่โดยกลุ่มให้สมาชิกดังกล่าวกู้เท่าจำนวนเงินที่ฝากไว้กับกลุ่ม

(2)       การลงหุ้นกับองค์กรอื่น ซึ่งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาจะไปลงทุนกับบริษัท

หรือองค์กรที่ดำเนินการเป็นของชุมชนโดยชุมชนและเพื่อชุมชน ดังนี้

                            2.1 การลงทุนในพันธบัตร/สลากออมสิน(ฉลากทวีสินธ์) โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตนำเงินไปซื้อ 1 หมวดและกลุ่มจะถูกทุกงวด(แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรับเงินเมื่อครบ 3 ปี ได้กำไรเกินคาดหมายคือกลุ่มจะได้รับ ทั้งเงินที่ลงทุนและดอกเบี้ย)

                            2.2 การลงทุนในศูนย์สิร้านค้าลอยฟ้า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาจะสั่งซื้อสินค้าให้กับสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯที่ต้องการสินค้านั้นๆ และจะไปสั่งซื้อเมื่อสมาชิกต้องการ โดยไม่มีการนำสินค้ามาเก็บสต็อกไว้ สมาชิกที่ต้องการกองทุนประเภทนี้ต้องแจ้งให้กลุ่มทราบว่าต้องการสินค้าอะไรทางกลุ่มก็จะไปสั่งซื้อมาให้และให้สมาชิกมารับหรือไปรับของที่ร้านจำหน่ายแต่มาจ่ายเงินที่ซื้อสินค้ากับกลุ่มออมทรัพย์จนครบจำนวน

                            2.3 การลงทุนในโรงแป้งขนมจีน โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตไปลงทุนในนามกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาโดยกลุ่มออมทรัพย์ฯมอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร จำนวน 2 คน คือ นายวิโรจน์ คงปัญญา  ประธานกลุ่ม  และนายสุรักษ์  มังสาทอง  กรรมการ ไปร่วมบริหารงานในโรงแป้งขนมจีน  โดยกลุ่มออมทรัพย์ฯมีหุ้นอยู่ 5,560 หุ้น เป็นเงิน 556,000 บาท

                            2.4 การลงทุนในโรงปุ๋ยชีวภาพ  ซึ่งเทศบาลตำบลทอนหงส์เป็นผู้บริหารจัดการ โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเข้าไปถือหุ้นอย่างเดียว มีหุ้นจำนวน 100,000 บาท

                            2.5 การลงทุนในโรงรมยางพาราและอบแห้ง โรงรมยางพาราและอบแห้ง ซึ่งกลุ่มเกษตรกร

เป็นผู้บริหารจัดการ โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเข้าไปถือหุ้นอย่างเดียว มีหุ้นจำนวน 480,681 บาท

                    (3) กิจกรรมด้านสวัสดิการชุมชน ถือเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นและดึงดูดให้สมาชิกรักษาสิทธ์ของการเป็นสมาชิกที่สำคัญที่สุด โดยการคิดรูปแบบสวัสดิการของกลุ่มนั้น คณะกรรมการได้ร่วมกันพัฒนารูปแบบเพื่อให้ครอบคลุมวิถีชีวิตของสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สวัสดิการแก่กลุ่มคนด้อยโอกาสที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ มีรายละเอียดดังนี้

                            3.1 กองทุนสายใยดวงใจแม่ เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเงินขวัญถุงแก่ลูกหลานในชุมชน โดยกลุ่มจะเปิดบัญชีเงินฝากให้กับบุตรของสมาชิกที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ในวันสมัครคนละ 2,000 บาท เพื่อให้เป็นบัญชีเงินฝากที่เชื่อมสายใยรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกโดยการฝากเงินสัจจะให้กับเด็กในเดือนต่อๆไป ซึ่งผู้ปกครองของเด็กจะถอนเงินออกมาใช้ก่อนที่เด็กจะมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ไม่ได้ หากปิดบัญชีเงินฝากก่อนเด็กอายุครบ 20 ปี จะได้รับเงินคืนเฉพาะในส่วนของเงินฝากสัจจะแต่จะไม่ได้รับเงินขวัญถุง จำนวน 2,000 บาท

                            3.2 ค่ารักษาพยาบาล สมาชิกทุกคนที่เจ็บป่วยจะได้รับสิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลจำนวนไม่เกิน 1,500 บาทต่อคนต่อปี โดยนำใบเสร็จมาขอเบิก

                            3.3 การตรวจสุขภาพปีละครั้ง กลุ่มได้ทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลนครินทร์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ ให้มาตรวจสุขภาพประจำปีแก่สมาชิกถึงที่ทำการของกลุ่มในทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี ในอัตราคนละ 500 บาท/คน โดยกลุ่มเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้และโรงพยาบาลจะนำผลการตรวจมาแจ้งให้สมาชิกทราบภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

                            3.4 กองทุนสงเคราะห์คนชราและผู้พิการ เป็นกองทุนที่ดูแลสมาชิกที่พิการ อาทิ แขนขาขาด ตาบอด  ผู้ที่มีสิทธิรับเงินกองทุนนี้ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

                            3.5 กองทุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นกองทุนที่ดูแลสมาชิกที่อายุ 61 ปีขึ้นไปเมื่อออมเงินครบ 200,000 บาท กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะจ่ายเบี้ยยังชีพให้เดือนละ 500 บาท

                            3.6 กองทุนสร้างที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกที่ประสงค์มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยกลุ่มออมทรัพย์ไปตรวจสอบว่าสมาชิกคนนั้นมีทรัพย์สินอะไรบ้าง อาชีพ รายได้ เดือนละเท่าไรและต่อจากนั้นก็ให้สมาชิกดังกล่าวนำเสนอการสร้างบ้านให้คณะกรรมการบริหารกลุ่มออมทรัพย์ฯ ฟังเพื่อพิจารณาอนุมัติให้เหมาะสมกับรายได้และทรัพย์สินของสมาชิกที่กู้เงินกองทุนนี้

                            3.7 กองทุนฌาปนกิจของสมาชิกโดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นผู้จัดการให้สมาชิกแต่ให้สมาชิกต้องสมทบศพละ 20 บาท แต่สมาชิกต้องมีเงินสัจจะสะสม 1,200 บาท ต่อปี จึงเกิดสิทธิเรื่องกองทุนฌาปนกิจ

                     (4) กิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชน

                            4.1 กองทุนประกอบอาชีพเป็นกองทุนช่วยเหลือสมาชิกที่ไม่มีอาชีพโดยทางกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะนำสมาชิกที่ต้องการกองทุนนี้ไปฝึกงานกับคนที่สมาชิกเลือกและสนใจในอาชีพนั้นๆ ฝึกงานจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ทางคณะกรรมการบริหารตรวจสอบโดยการสอบถามจากผู้ที่สมาชิกไปฝึกงานหากได้รับคำยืนยันว่าสมาชิกดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพนั้นได้ ทางคณะกรรมการบริหารจึงพิจารณาอนุมัติให้กู้เงินไปประกอบอาชีพได้ และให้ส่งคืนเงินกู้เป็นรายเดือน

                            4.2 กองทุนปลดหนี้ให้กับสมาชิก กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะตรวจสอบสมาชิก           คนที่ประสงค์จะปลดหนี้ โดยให้เจ้าหนี้มายืนยันว่ามีหนี้สินจริงหรือไม่ กลุ่มจะขอตรวจหลักฐานจากเจ้าหนี้

โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะเป็นผู้ผ่อนหนี้ดังกล่าวให้สมาชิกนั้นจนหมดและให้สมาชิกคนนั้น

มาผ่อนกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นรายเดือนจนหมด

                            4.3 กองทุนปลูกต้นไม้ประกันหนี้  สมาชิกต้องปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้จำปาทอง

เมื่อครบ 1 ปี สามารถนำต้นไม้ที่ปลูกไว้โดยนำภาพถ่ายมาเป็นหลักฐานในการค้ำประกันเงินกู้โดยปีแรกต้นไม้มีมูลค่า 500 บาท/ต้น ปีต่อไปเพิ่มปีละ500 บาทไปเรื่อยๆ